ขึ้นทะเบียนเครื่องสำอางและอาหารเสริม

มาตฐานการจำเเนกประเภทเครื่องสำอางตามกฎหมาย

การจำแนกเครื่องสำอางตามกฎหมายไทยยึดตามมาตรฐานอาเซียน โดยควบคุมผ่านระบบ “การจดแจ้ง” ที่มุ่งเน้นความปลอดภัยของส่วนผสมและระดับความเสี่ยงเป็นหลัก ซึ่งผลิตภัณฑ์ต้องใช้เฉพาะภายนอกร่างกายเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความสะอาดหรือความสวยงามเท่านั้น ห้ามมีฤทธิ์ในการบำบัด รักษา หรือป้องกันโรคอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังมีการกำหนดเกณฑ์ควบคุมสารที่ห้ามใช้และสารที่จำกัดปริมาณอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการตรวจสอบคำโฆษณาสรรพคุณที่ไม่เกินจริง โดยผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องเปิดเผยสูตรส่วนประกอบและรายละเอียดแหล่งผลิตให้ครบถ้วนต่อ อย. ก่อนการจำหน่ายทุกครั้ง เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบย้อนกลับและคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลขจดแจ้ง อย. เปรียบเสมือนบัตรประชาชนของเครื่องสำอางที่สร้างความมั่นใจว่าสินค้ามีตัวตนและผ่านการคัดกรองสารอันตรายตามมาตรฐานกฎหมาย ช่วยสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือและความเป็นมืออาชีพให้กับแบรนด์ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถวางจำหน่ายในช่องทางมาตรฐานและขยายโอกาสในการส่งออกได้ทั่วโลก ในด้านผู้บริโภคถือเป็นเกราะป้องกันความปลอดภัยที่ช่วยให้ตรวจสอบที่มาของสินค้าได้อย่างโปร่งใสและได้รับการคุ้มครองหากเกิดปัญหาจากการใช้งาน การได้รับเลขจดแจ้งจึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามระเบียบแต่คือหัวใจสำคัญในการสร้างรากฐานธุรกิจบิวตี้ที่ยั่งยืนและปลอดภัย

ผู้ผลิตและนำเข้ามีบทบาทสำคัญในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุดด้านความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยต้องดำเนินการจดแจ้งข้อมูลที่เป็นจริงและจัดทำฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนการจำหน่าย ควบคู่ไปกับการควบคุมมาตรฐานการผลิตหรือการจัดเก็บสินค้าให้สะอาดและปลอดภัยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หน้าที่สำคัญอีกประการคือการจัดทำแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) ให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบย้อนกลับจากภาครัฐได้ทันที รวมถึงต้องมีระบบเฝ้าระวังและรายงานอาการไม่พึงประสงค์ของผู้บริโภคอย่างเคร่งครัด หากพบปัญหาด้านคุณภาพต้องรับผิดชอบในการเรียกคืนสินค้าออกจากท้องตลาดและควบคุมการสื่อสารโฆษณาไม่ให้เกินความจริง เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคและรักษามาตรฐานจริยธรรมในการประกอบธุรกิจความงามอย่างยั่งยืนครับ

สรุปขั้นตอนสำคัญสำหรับเจ้าของแบรนด์ (OEM) แบบกระชับที่สุด ดังนี้ครับ:

1. เลือกโรงงานมาตรฐาน: คัดเลือกโรงงานที่มีใบอนุญาตผลิตและได้มาตรฐาน GMP

2. พัฒนาและทดสอบสูตร: ตกลงสูตรสินค้าและทดลองใช้จนมั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์

3. จดทะเบียนผู้ประกอบการ: ลงทะเบียนสถานที่เก็บสินค้าหรือสำนักงานเพื่อรับสิทธิ์ใช้งานระบบ อย.

4. จดแจ้งเลข อย.: ยื่นขอเลขจดแจ้ง 13 หลักในนามแบรนด์ตนเอง และจัดทำฉลากให้ถูกกฎหมาย

5. ผลิตและตรวจสอบ: สั่งผลิตพร้อมขอใบรับรองผลวิเคราะห์ (COA) และตรวจรับสินค้าให้ตรงสเปก

6. จัดทำแฟ้ม PIF: รวบรวมเอกสารทางเทคนิคและผลทดสอบเก็บไว้ที่สำนักงานเพื่อรอการตรวจสอบย้อนกลับ

การขึ้นทะเบียนเป็น “ผู้ว่าจ้างผลิต” (OEM Owner) เพื่อจดแจ้ง อย. เครื่องสำอาง เป็นการเพิ่มชื่อเจ้าของแบรนด์ลงในฐานข้อมูลร่วมกับโรงงานผลิตที่ได้รับอนุญาต โดยผู้ยื่นคือโรงงานผู้ผลิต หลักสำคัญคือการเตรียมเอกสารนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา สัญญาว่าจ้างผลิต และยื่นผ่านระบบ e-Submission ของ อย. โดยผู้ว่าจ้างต้องมีตัวตนถูกต้องในไทย

หนังสือรับรองการขาย (CFS)
หนังสือรับรองแหล่งกำเนิดผลิตภัณฑ์ (CPO)
หนังสือรับรองที่ตั้งสถานที่ผลิต (COM)
Material Safety Data Sheet (MSDS)
ใบวิเคราะห์สินค้า (Certificate of Analysis : COA)
หนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของหรือผู้ผลิต (Letter of Authorization)

เช็คสถานะเลขทะเบียน อย. (เลขสารบบอาหาร, เครื่องสำอาง, ยา, เครื่องมือแพทย์) ทำได้ง่ายๆ ผ่าน 3 ช่องทางหลักคือเว็บไซต์ oryor.com, เว็บไซต์ตรวจสอบการอนุญาตของ อย. โดยตรง https://www.fda.moph.go.th/home และ LINE: @fdathai โดยกรอกเลข อย. 10-13 หลักหรือชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อตรวจสอบสถานะว่าอนุญาต, ยกเลิก หรือปลอมแปลง

Scroll to Top